กัญชา ยาสมุนไพรหรือยาเสพติด

199

พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ทำให้ กัญชาสามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ มีการเปลี่ยนแปลงตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ในสาระสำคัญกัญชายังเป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมายส่วนการผ่อนปรนเพื่อให้นำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือการศึกษาวิจัยได้ สำหรับประเด็นการนำเข้า ส่งออก จำหน่าย ครอบครอง อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางการแพทย์เภสัชกรเป็นผู้ได้รับอนุญาต

กัญชา คืออะไร?

กัญชาเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีขนาดลำต้นสูงประมาณ 2-5 เมตร ลักษณะของใบกัญชาจะมีการแยกออกเป็นแฉก 5-8 แฉก โดยทุกแฉกจะมีรอยหยักเป็นเอกลักษณ์ มีดอกออกเป็นช่อเล็ก ๆ ตามกิ่งและก้านของต้นกัญชา มีลักษณะคล้าย กัญชง ส่วนของกัญชาที่นำมาใช้เป็นยาเสพติดก็คือ บริเวณใบ ยอดช่อดอกและกิ่งก้านที่นำมาตากแดดจนแห้ง แล้วบดให้ละเอียด จากนั้นก็นำมาใส่ในบ้องกัญชา หรือนำมามวนผสมบุหรี่เพื่อใช้ในการเสพ

กัญชา คือ สารเสพติดอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ทำให้ กัญชาสามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ มีการเปลี่ยนแปลงตามประมวลยาเสพติดในสาระสำคัญกัญชายังเป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมายส่วนการผ่อนปรนเพื่อให้นำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือการศึกษาวิจัยได้ สำหรับประเด็นการนำเข้า ส่งออก จำหน่าย ครอบครอง อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางการแพทย์เภสัชกรเป็นผู้ได้รับอนุญาต
บุคคลทั่วไปไม่สามารถปลูก แต่ในกรณีการขออนุญาตปลูกที่เป็นเกษตรกร จะต้องเป็นการรวมตัวกันเป็นลักษณะสหกรณ์การเกษตรวิสาหกิจชุมชน หรือวิสาหกิจสังคมที่จดทะเบียนและต้องดำเนินการกับหน่วยงานของรัฐและที่สำคัญผู้ที่จะดำเนินการได้ และมีสัญชาติไทยเท่านั้น หากดำเนินการในรูปแบบของสหกรณ์ จะต้องมีบุคคลที่มีสัญชาติไทยอย่างน้อย 2 ใน 3

เนื่องจากกัญชามีราคาไม่แพง สามารถหาซื้อได้ค่อนข้างง่าย จึงมีการลักลอบปลูกกันเอง ซึ่งมีข่าวการบุกจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เห็นอยู่เนือง ๆ ฤทธิ์ของกัญชาที่ทำให้ผู้เสพอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้ม รู้สึกสนุก ร่าเริง และยังเป็นยาเสพติดประเภทที่เสพแล้วไม่ติด ก็ยิ่งทำให้กล้าลองกันมากขึ้น เมื่อลองแล้วก็ติดใจ บางคนถึงขั้นเอาไปสอดไส้ในบุหรี่ เพื่อใช้สูบได้ทุกที่ที่ต้องการอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่า กัญชามีฤทธิ์ที่ร้ายแรงต่อระบบประสาทเป็นอย่างมาก และอาจทำให้ผู้เสพกลายเป็นโรคจิตได้ หากใช้ในปริมาณมาก

กัญชา ทำไมเป็นยาเสพติด

กัญชาเป็นพืชที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทแบบอ่อน ๆ ไม่มีผลข้างเคียงหากอยู่ดี ๆ จะเลิกสูบ แต่จัดเป็นยาเสพติดประเภทหนึ่งที่เสพแล้วไม่ติด แต่หากสูบกัญชาในปริมาณมากอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น การทำลายระบบประสาท จนไม่สามารถใช้ความคิดและตัดสินใจได้เหมือนเดิม การทำลายระบบภูมิคุ้มกัน การทำลายสมอง การทำลายสุขภาพจิต และอาจนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งปอด

ส่วนผสมของกัญชา

การเสพกัญชา ส่วนใหญ่ลักษณะการเสพเหมือนการสูบบุหรี่ โดยเอามายัดไส้บุหรี่มวนจะสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ คือ ไส้บุหรี่จะมีสีเขียวกว่าไส้บุหรี่จรองๆที่เป็นสีน้ำตาลที่มาจากใบยาสูบอบแห้ง รวมทั้งกลิ่นของบุหรี่ยัดไส้กัญชาก็จะผิดแปลกไปจากบุหรี่ธรรมดาคือ มีกลิ่นคล้ายกับการเผาใบหญ้าแห้ง หากผู้อยู่ใกล้ได้สูดดมกลิ่นของควันกัญชามากเกินไป ก็ได้รับผลข้างเคียงบางอย่าง

อาการของผู้เสพกัญชา

การเสพกัญชาในระยะแรก กัญชาจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท เพราะสาร Tetrahydrocannabinol (THD) ที่มีอยู่มากในกัญชา จะทำให้ผู้เสพมีการตื่นตัว ตื่นเต้น เป็นคนช่างพูดช่างคุย ร่าเริง หัวเราะง่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไปสัก 1-2 ชั่วโมง กัญชาจะเริ่มออกฤทธิ์กดประสาท ซึ่งจะทำให้ผู้เสพมีอาการเมา ลักษณะคล้ายกับอาการเมาเหล้า หน้าแดง ลิ้นไก่พันกัน พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง เซื่องซึม ง่วงนอนตลอดเวลา หากเสพในปริมาณมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดภาพลวงตา ควบคุมตัวเองไม่ได้ และมีจิตใจที่ดุร้ายผิดปกติได้

ผลข้างเคียงที่ตามมาเมื่อกัญชาหมดฤทธิ์ คือ มีอารมณ์อ่อนไหว เลื่อนลอย สมองสั่งงานช้า ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ใจสั่น หูแว่ว ถ้าหากหยุดเสพต่อ อาการเหล่านี้ก็จะหายไปเอง แต่ถ้ายังเสพอยู่เรื่อย ๆ และเป็นระยะเวลานาน ก็จะทำให้เกิดผลเสียกับร่างกายอย่างร้ายแรงตามที่กล่าวมาในข้างต้น เช่น มีอาการประสาทหลอนเนื่องจากระบบประสาทถูกทำลาย สมรรถภาพทางเพศเสื่อม มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด จากการสูดเอากัญชาเข้าไปในปอดเหมือนบุหรี่นั่นเอง

กัญชาเป็นยาเสพติด มีโทษของตามกฎหมายประเทศไทย

กัญชาถูกจัดให้เป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ซึ่งมีโทษตามกฎหมายหลัก 4 ประเภท คือ

  1. การผลิตหรือนำเข้ากัญชา – การผลิต นำเข้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 200,000 – 1,500,000 บาท
  2. การมีกัญชาไว้เพื่อจำหน่าย – การครอบครองเพื่อจำหน่าย หากไม่ถึง 10 กิโลกรัม จำคุกตั้งแต่ 2-10 ปี หรือปรับ 40,000 – 200,000 บาท แต่หากมากกว่า 10 กิโลกรัมขึ้นไป มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 200,000 – 1,500,000 บาท ทั้ง 2 กรณีอาจมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
  3. การครอบครองกัญชา – การครอบครอง (อย่างเดียว) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากมีในครอบครองมากกว่า 10 กิโลกรัมขึ้นไป ให้ถือว่าครอบครองไว้เพื่อจำหน่าย
  4. การเสพกัญชา – การเสพ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สายด่วนและสถานที่บำบัดยาเสพติด

หากเริ่มมีอาการผิดปกติของร่างกายจากการสูบกัญชาเป็นเวลานาน หรือต้องการรักษาความอยากในการสูบกัญชา (ถึงแม้จะไม่ติดก็ตาม) สามารถติดต่อไปยังสถานบำบัดผู้เสพยาเสพติดดังต่อไปนี้

  • สถาบันธัญญารักษ์ สายด่วน 1165
  • บ้านพิชิตใจ เขตประเวศ เบอร์โทรศัพท์ 02-329-1353
  • โครงการ To Be Number One สายด่วน 1323
  • ภูฟ้าเรสท์โฮม บ้านพักฟื้นสำหรับผู้ป่วยยาเสพติด เบอร์โทรศัพท์ 063-908-2999
  • สำนักสงฆ์วัดถ้ำกระบอก เบอร์โทรศัพท์ 036-266-292
  • เดอะ เคบิน เบอร์โทร 02-107-2545

จะเห็นได้ว่าโทษของกัญชานั้นมีความร้ายแรงไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นหากพบผู้เสพติดกัญชา ควรแจ้งไปยังสายด่วนและสถานบำบัดผู้เสพยาเสพติดเหล่านี้โดยด่วน เพื่อจะได้มีการนำตัวผู้เสพไปบำบัดให้หายจากการเสพติดนั่นเอง

[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]

Bookmark(0)

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อปรับปรุงการใช้งานของคุณ เราจะถือว่าคุณยอรับกับสิ่งนี้ แต่คุณสามารถเลือกที่จะไม่รับได้หากต้องการ ยอมรับ อ่านเพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy